วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 8


วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2555



- วันนี้อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับ  

1. ความหมายของภาษา

2. ความสำคัญของภาษาว่าภาษาที่ใช้ควรจะต้องเหมาะสม  

3. ควรจะต้องชัดถ้อยชัดคำ 

4. บทบาทของครูผู้สอน ต้องเป็นอย่างไร  ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น  เรื่องของบุคลิกต่างๆที่จะแสดงออกที่เด็กสามารถที่จะทำตาม

   -การแต่งกาย คำพูดต่างๆ

 ภาษาคืออะไร
 หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารกันและสามารถเป็นสิ่งที่จะพัฒนาระดับความรู้ของมนุษย์เราและใน
การจัดประสบการณ์กับเด็กต้องมีอะไรเป็นสิ่งสำคัญ
 5.อาจารย์ได้เปิดภาพวาดของเด็กอนุบาลให้นักศึกษาดู และอาจารย์ไดอธิบายไปพร้อมกับการเปิดภาพประกอบว่าการเขียนและการพูดของเด็ก  การฟังและการพูดของเด็กโดยที่เด็กจะเรียนรู้โดยที่ไม่อาศัยการสอนอย่างเป็นทางการช่วงวัยนี้เด็กจะดเรียนรู้กับสิ่งรอบๆตัวเองและการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางภาษาจะทำให้เด็กเข้าใจถึงการใช้ไวยากรณ์พื้นฐานของภาษาแม่ได้ เมื่ออายุ 4-5 ปีขึ้นไป
-สิ่งที่ครูสอนจะนำไปใช้ในการสอนเด็กปฐมวัย ครูควรจะต้องศึกษาเรื่องของภาษาให้เข้าใจให้ดีก่อนที่จะสอนเด็กและจะต้องตระหนักถึงพัฒนาของเด็กแต่ละช่วงวัย

สิ่งที่ได้ค้นหาเพิ่มเติม

ประโยชน์ของภาษาคือการสื่อสารเพื่อให้คนอื่นเข้าใจความคิดหรือความต้องการ
เพื่อบอกเล่าไต่ถามความรู้และอื่นๆ

ภาษาเป็นพลังในการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในสังคม
ภาษามีบทบาทสำคัญที่ทำให้คนในชาติ ซึ่งพูดภาษาเดียวกันมีความผูกพันต่อกัน
มีความสำนึกในเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์

ภาษาเป็นภาพสะท้อนความเจริญทางสังคม
คำศัพท์ที่มีในภาษาแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่
อาหารการกิน ความเชื่อ ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ของสังคมนั้น
ความเจริญก้าวหน้าของสังคมก็ย่อมมีผลต่อภาษาด้วย
ดังนั้นภาษาจึงเป็นหลักฐานความเจริญของสังคม เช่น เทคโนโลยี ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ
ไม่รู้เหมือนกันนะว่าในโลกเรามีภาษาทั้งหมดกี่ภาษาที่รู้ก็คือเราสามารถเลือกที่จะรู้หรือพูดภาษานั้นๆ ตามใจชอบ
ไม่มีใครบังคับให้เราพูดภาษาใดภาษาหนึ่งหรือจำกัดจำนวนภาษาที่เราอยากจะพูดได้
ส่วนใหญ่คนก็จะเลือกพูดหรือเรียนภาษาที่ทำให้ตัวเองไปอยู่ใกล้กับสังคมนั้นๆ

เพื่อนคนนึงเจอปัญหาและมีข้อเสียเปรียบในการเจรจาธุรกิจ เพราะภาษาเป็นเหตุ
เค้าบอกว่า พอเอาเค้าจริงๆ คู่เจรจาก็หันไปหาคนที่เป็นเจ้าของภาษาเป็นส่วนใหญ่

ภาษาเป็นเครื่องมือที่มีทั้งพลังและอำนาจมากๆ
เราคิดว่าถ้าจะลงทุนอะไรให้กับตัวเอง (human capital)
หรือทำให้ตัวเราเองมีค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
ก็เห็นจะเป็นการลงทุนในเรื่องของภาษา
เพราะภาษาทำให้เราได้เปิดโลกกว้างขึ้น
บางครั้งภาษาก็เปลี่ยนความคิดของคนได้เช่นกัน

อ้างอิงจาก
http://moradoc.multiply.com/journal/item/85?&show_interstitial=1&u=%2Fjournal%2Fitem






บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 7


(ชดเชยของวัน พฤหัสบดี ที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2555)
* เพราะว่าไม่มีการเรียนการสอน  เนื่องจากอาจารย์ติดประชุม   แล้วอาจารย์ได้นัดให้มาเรียนวันอาทิตย์  
ที่ 22  มกราคม  2555  แทน  ( ตอนบ่าย)


วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2555


- อาจารย์ได้เปิดวีดีโอจากเวปไซต์โทรทัศน์ครูให้นักศึกษาดู  เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ของเด็กปฐมวัย โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน(เรื่องหนูน้อยหมวกแดง) โดย ดร.นฤมล เนียมหอมการเล่านิทาน
เริ่มแรกใช้เทคนิคในการเล่าโดยร้องเพลงะเป็นขั้นนำก่อนเล่านิทาน
1. อาจารย์ได้อธิบายถึงกิจกรรมหลัก  
2 . อาจารย์ได้ถามว่าเราจะบูรณาการออกแบบกิจกรรมได้อย่างไร? พร้อมอธิบาย
3.  กิจกรรมสร้างสรรค์ทำให้เด็กรู้อะไร
   - ตัวละคร 
   - ฉาก 
   - รู้จักลำดับเหตุการณ์  
   - บทบาทครูต้องสนับสนุนเด็กให้กำลังใจเด็กเสมอ


งานที่ได้รับมอบหมาย
- อาจารย์ให้นักศึกษาไปหาความหมายของคำว่า ฉันทะ   วิริยะ   จิตตะ  วิมังสา   คืออะไร
- อาจารย์ให้ไปสมัครโทรทัศน์ครูแล้วลิงค์เรื่องที่เกี่ยวกับภาษาลงบล็อคของตัวเอง


บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 6

วันที่ 12  มกราคม  2555








 - อาจารย์ได้ให้นักศึกษา  Present  งานในรูปแบบ Powerpoint ที่นักศึกษาไปเล่านิทานให้เด็กฟัง 
 - เรื่องที่นำเสนอนิทานเรื่องลูกเป็ดหลงทาง


ข้อเสนอแนะของอาจารย์
จากการ Persent  งาน   
     - การตั้งคำถามเด็กที่ต้องเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องของนิทานที่เล่า
                                                                     


              Brown-Head                Litle-Pig                     Brown-Head

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 5

วันที่ 4 มกราคม  พ.ศ.2555

-  ความรู้ที่ค้นคว้าเพิ่มเติม  เรื่องเทคนิกการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
                การถ่ายทอดนิทานแต่เดิมมาใช้การเล่า  การเล่าประกอบภาพ  หรือการแสดงต่อมาเมื่อเทคโนโลยีในการสื่อสารที่ความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น  นิทานก็ได้แพร่หลายในรูปของสิ่งพิมพ์  วิทยุ  โทรทัศน์  ซีดี  ฯลฯ
                สิ่งที่เด็กได้รับจากการฟังนิทาน  คือ  ความสนุกสนานเพลิดเพลิน  ความรู้  แนวคิด  แนวปฏิบัติเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือป้องกันปัญหาในชีวิตประจำวัน
การเล่านิทาน
               
    -  การเล่านิทาน  มีขั้นตอนง่าย  ๆ  ดังนี้
1. บอกชื่อเรื่อง
2. เล่าเรื่อง
3. สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทบทวนความเข้าใจของเนื้อเรื่อง
4. สรุปความคิดรวบยอดของเรื่อง
5. เสนอข้อปฏิบัติเพื่อนำไปใช้


การใช้นิทานในการพัฒนากระบวนการคิด

                
แนวทางหนึ่งในการใช้นิทานพัฒนากระบวนการคิดของนักเรียนคือการกระตุ้นให้นักเรียนคิด  โดยพัฒนากิจกรรมในการเล่านิทานและใช้คำถาม


ขั้นที่  1  เลือกเรื่องตามความสนใจ


                ให้นักเรียนเลือกโดยใช้เสียงส่วนมาก  หรือจับฉลาก  หรือถามความสนใจอ่าน  อยากฟังนิทานเกี่ยวกับอะไร

ชั้นที่  2  ฟังนิทาน

                ฟังจากการเล่า  การอ่าน  หรือการฟังจากเทปบันทึกเสียง

ขั้นที่  3  แสดงความคิดเห็น

                -นักเรียนเลือกตัวละครหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในนิทานที่นักเรียนประทับใจมากที่สุดไว้  พร้อมทั้งเหตุผลที่ประทับใจ

                -แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน
                -เข้ากลุ่มอภิปราย  กลุ่มละประมาณ  5-7  คน  เป็นการอภิปรายถึงลักษณะพฤติกรรมของตัวละครทุกตัวและเหตุการณ์ในนิทาน
ขั้นที่  4  คิดมุมกลับ  /  คิดต่าง
                กระตุ้นให้นักเรียนมีความคิดกว้างขวางขึ้นโดยใช้คำถามให้คิดย้อนคนละทางกับเหตุการณ์ในนิทาน  เช่น  กำหนดให้เหตุการณ์หรือพฤติกรรมของตัวละครต่างไปจากที่ปรากฏในนิทาน  ให้นักเรียนร่วมกันคิดและให้เหตุผล
ขั้นที่  5  สรุปผล
                นักเรียนร่วมกันลงข้อสรุป  พฤติกรรมและเหตุการณ์ที่ดี  และที่ควรแก้ไขจากเรื่องในนิทานตลอดจนลงข้อสรุปสิ่งที่ควรนำไปปฏิบัติ


 ที่มา  สมพร  มันทนานุชาติ (2545) การเล่านิทานพัฒนากระบวนการรคิด (อัดสำเนา)

งานที่ได้รับมอบหมาย
 -  อาจารย์ได้ให้นักศึกษา ทำ Powerpoint   (งานกลุ่ม 2 คน)
 เกี่ยวกับนิทานที่นักศึกษาไปเล่าให้เด็กฟัง
 -  คำถามจากเนื้อหานิทานที่เล่า
 -  พัฒนาการที่เด็กแสดงออกในขณะที่เราเล่า
แล้วนำเสนอสัปดาห์ถัดไป
                             

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 4

 วันที่ 29 ธันวาคม  2554


- วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนเขียนภาษาท้องถิ่นจังหวัดของตัวเองวึ่งเป็นภาษาที่ต่างจากบุคคลทั่วไปรู้จัก
-  อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทุกคนส่งงานที่ได้รับมอบหมายและให้นักศึกษาไปดูกิจกรรมวันปีใหม่ของเด็กๆ
ที่โรงเรียนสาธิต ณ. มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม




งานที่ได้รับมอบหมาย 
 -วันนี้อาจารย์ให้เขียนภาษาถิ่นของจังหวัดแต่ละคนว่าแตกต่างกันอย่างไรแล้วเขียนส่งอาจารย์


ภาษาถิ่นของจังหวัดนครพนม


วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 3

วันที่ 22 ธันวาคม 2554


-  นำเสนองานที่อาจารย์หมอบหมายให้ไปสัมภาษณ์เด็กปฐมวัยจากที่ไหนก็ได้เพื่่อที่จะดูการพัฒนาการของเด็กในการตอบคำถาม   (นำเสนอพร้อมกับชม VDO )
- อาจารย์อธิบายเรื่องของการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กมี 2 ภาษา หมายความว่า 
สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ   ครูควรจะทำความเข้าใจว่าการเรียนรู้ภาษาที่ 1 และการเรียนรู้ภาษาที่ 2 มีความแตกต่างกันอย่างไร
            ดังนั้น ครูที่จะจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย 
  - การพูดภาษาถิ่นเป็นภาษาที่ 1 และพูดภาษาไทยกลางเป็นภาษาที่ 2
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาที่มีความหลากหลายเอื้อต่อความต้องการของเด็กปฐมวัยควรให้เด็กเรียนรู้การในการใช้ภาษาถิ่น และภาษาไทยกลางจากการที่เด็กได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมกับสังคมและวัฒนธรรมประเพณีต่างๆและที่สำคัญให้เด็กได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวันที่ตัวเด็กเองสามารเรียนรู้ภาษาได้ด้วยตัวเขาเองซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ

งานที่ได้รับมอบหมาย
 - ให้หาประวัตินักการศึกษาที่เกี่ยวกับเรื่องของภาษาส่งสัปดาห์ถัดไป
 - ให้จับคู่ 2 คนไปเล่านิทานให้เด็กฟังพร้อมตั้งคำถามถามเด็กประมาณ 3 ข้อและบันทึก 


                                                                   วีดีโอที่สัมภาษณ์น้องอิคคิว




Icon Dukdik                                    Icon Dukdik                     Icon Dukdik

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 2

 วันที่   15  ธันวาคม  2554




       วันนี้อาจารย์อธิบายถึงความหมายของรายวิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยว่าเกี่ยวกับอะไร
       1. ในการจัดประสบการณ์ทางภาษาหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและเป็นพัฒนาการที่เด็กสามารถแสดงออกทางพฤติกรรมทั้ง 4 ด้าน 
คือ ด้านร่างกาย ,ด้านอารมณ์จิตใจ , ด้านสติปัญญาและด้านสังคม
    2.  ภาษา หมายถึงอะไร ............
         - ภาษา คือ การฟัง,  การพูด,  การอ่าน, การเขียน  
    3.  การจัดประสบการณ์ ต้องมีอะไร ..............
         -  เทคนิค รูปแบบ การประเมิน  ขั้นตอน  สื่อหลักการต่างๆ 
    4.  วิธีการเรียนรู้ หมายถึง  การฟัง การสัมผัส การสังเกต การดมกลิ่น การลิ้มรส ที่สำคัญต้องเปิดโอกาศให้เด็กมีอิสระในการเลือก  ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองและการตัดสินใจด้วยตนเองได้


  งานที่อาจารย์มอบหมาย


       - ให้นักศึกษาจับคู่และให้ไปสัมภาษณ์เด็กเกี่ยวกับอะไรก็ได้ พร้อมกับตั้งคำถามและบันทึกวีดีโอ  ส่งสัปดาห์หน้าพร้อมรายงาน